วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559


คุณสมบัติของวัสดุที่ใช้
คุณสมบัติของหลังคา

        น้ำหนักเบา เพียง 18 กิโลกรัม / ตารางเมตร ( รวมไม้อัด OSB แล้ว ) ใช้สำหรับองศาต่ำได้ตั่งแต่ 10 องศาขึ้นไป และไม่สะสมความร้อน ,ไม่มีเสียง สามารถระบายความร้อนได้รวดเร็ว ทนแรงลมได้สูง ไม่มีการแตกหัก แตกร้าวของหลังคา แม้จะมีของที่มีน้ำหนักมากตกลงใส่หลังคา
ทำได้หลายรูปทรง นอกจากรูปทรงจั่ว และปั้นหยา หรือว่าจะเป็นรูปทรงลาดเอียงธรรมดายังสามารถ ทำรูปทรง อิสระหรือรูปทรงหลังคาโค้งได้, ติดตั้งง่าย, ทนไฟสูง,ป้องกันเสียง, กันกระแทก, ประหยัดโครงสร้าง











จะใช้แผ่นเมทัลชีทที่มีฉนวนแบบไหนมุงหลังคาบ้านดี ราคาเท่าไร

 แผ่นเมทัลชีท นอกจากจะดูความหนาของชั้นเคลือบอลูซิงค์และสี ของแผ่นเมทัลชีทแล้ว ก็จะต้องดูองค์ประกอบที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือ การบุฉนวนกันความร้อนของแผ่นเมทัลชีท ซึ่งในท้องตลาด ก็จะมี โฟม PU และ PE ซึ่งก็จะมีความสามารถในการป้องกันความร้อนในหลายๆรูปแบบ อีกครั้งสามารถกันเสียงฝนตกได้ในระดับหนึ่ง
เมทัลชีทที่มุมบ้านพักอาศัยหรือสำนักงานจำเป็นไหมที่จะต้องมีฉนวนกันความร้อนใต้แผ่น
เรื่องของอุณหภูมิภายในบ้าน เป็นเรื่องสำคัญ มาอันดับต้นต้น การที่ความร้อนจากภายนอกจะแผ่เข้าตัวบ้านโดยตรง ผู้เขียนคิดว่า 80% มาจากหลังคาบ้าน ซึ่งฉนวนกันความร้อนก็จะมีความจำเป็นเป็นอย่างมาก.

ฉนวนกันความร้อน ที่สามารถใช้กับแผ่นเมทัลชีทมีอะไรบ้าง
แผ่นเมทัลชีทแผ่นฉนวนกันความร้อน PE
แผ่นฉนวนกันความร้อนพีอี PE ทำมาจากโพลีเอทิลีน(Poly Ethylene) เป็นโพลิเมอร์ มีน้ำหนัก เบาเหนียวแน่นทนต่อแรงกระแทกได้ดีแผ่นฉนวนกัน PE ทนทานต่อการกัดกร่อนต้านทาน สารที่เป็นกรด แอลกอฮอล์ จึงเหมาะสมกับการใช้ในโรงงานเคมี ที่มีไอระเหย ของกรด (Acid Vapour) แผ่นฉนวน PE จึงช่วยปกป้องแผ่นเมทัลชีทจากอันตรายจากการกัดกร่อนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย มีคุณสมบัติการนำความร้อนต่ำถึง 0.030 W/m.k. และด้วยโครงสร้างของวัสดุเป็นแบบเซลปิด(Closed Cell) มีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายเรียงตัวอย่างสม่ำเสมอ ทำให้โฟมไม่ดูดซับความชื้น และมีส่วนผสมของสารป้องกันการลุกลามของไฟ เมื่อเกิดการเผาไหม้จะมีปริมาณควันน้อยและไม่เป็นพิษเมื่อมีการสูดดม.



แผ่นเมทัลชีทติดแผ่นฉนวนกันความร้อน PU
มี 2 แบบคือ
1. แบบพ่นติดกับหลังคา
2. แบบพ่นติดมากับแผ่นสำเร็จรูป
PU FOAM เป็น VERSATILE CELLULAR PLASTIC จึงมีความคงทนแข็งแรงน้ำหนักเบาไม่เสื่อมสภาพตลอดอายุการใช้งาน ไม่หลุดร่อน ไม่มีรอยต่อ ติดกันเป็นเนื้อเดียวกันตลอดสามารถกำหนดความหนาได้ตามต้องการ สามารถลดการแผ่รังสีและการนำความร้อนได้มากกว่า 90% ด้วยค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อน ที่ต่ำที่สุดจากสูญญากาศคงสภาพความเป็นฉนวนที่อุณหภูมิใช้งานสูงถึง 100 องศาเซลเซียล และต่ำสุดถึง -118 องศาเซลเซียลมีโครงสร้างของเนื้อโฟมแบบ SEMI -CLOSED CELLS จึงสามารถดูดซับเสียง ป้องกันเสียงรบกวน เสียงก้องหรือเสียงซึ่งอาจทะลุผ่านมาจากภายในสู่ภายนอกหรือจากภายนอกสู่ภายในได้เป็นอย่างดีทนต่อกรดและด่าง ไม่ลามไฟเนื่องจากผสมสารกันไฟ มีน้ำหนักเบา ทนทาน สามารถ รับแรงกดได้มากกว่า 1.4 KPa


แบบพ่นติดกับหลังคา


แบบพ่นติดมากับแผ่นสำเร็จรูป

เหล็กกล่องคืออะไร (What is the steel tube?) สาระความรู้เกี่ยวกับเหล็กกล่อง
เหล็กกล่อง (Steel Tube) หรือนิยมเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เหล็กแป๊บ เป็นเหล็กในกลุ่มเหล็กโครงสร้าง มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถรับแรงต้านขณะใช้งานได้ดี นิยมใช้ทำโครงหลังคาเหล็ก หรือคานเหล็ก เป็นต้น

เหล็กกล่อง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เหล็กกล่องสี่เหลี่ยจตุรัส (เหล็กแป๊บเหลี่ยม) และ เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า (เหล็กแป๊บแบน)
----------เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมจตุรัส (เหล็กแป๊บเหลี่ยม) คือเหล็กกล่องที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมจตุรัส ยาวมาตรฐานเส้นละ 6 เมตร หรือ 6,000 มิลลิเมตร การวัดความยาวนิยมวัดเป็นหน่วยมิลลิเมตร วัดแล้วต้องมีค่า +/- ได้ไม่เกิน 2% (ยาวไม่เกิน 6,120 มิลลิเมตร และไม่สั้นกว่า 5,880 มิลลิเมตร) ทุกเส้นต้องยาวเท่ากัน เหล็กกล่อง ประเภทนี้ นิยมนำมาใช้กับโครงสร้างที่ไม่ต้องรับน้ำหนักมากนัก เช่น เสา นั่งร้าน สามารถนำไปใช้แทนไม้หรือคอนกรีตได้โดยการนำไปประยุกต์ เพราะมีน้ำหนักเบา และแข็งแรง ทนทาน                                                                ----------เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า (เหล็กแป๊บแบน) คือเหล็กกล่องที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวมาตรฐานเท่ากันกับเหล็กแป๊บเหลี่ยม ทุกเส้นยาวเท่ากัน เหล็กกล่อง ประเภทนี้ใช้ทำ เสา นั่งร้าน และนำไปใช้แทนไม้หรือคอนกรีตได้เช่นเดียวกันกับเหล็กกล่องสี่เหลี่ยจตุรัส




ผนังพรีคาสท์คืออะไร




ผนังพรีคาสท์ เป็นเทคโนโลยีในการสร้างบ้านยุคใหม่ ที่สามารถช่วยให้ก่อสร้างบ้าน อาคาร ให้รวดเร็วขึ้น โดยการเปลี่ยนผนังบ้านที่สร้างขึ้นมาจากการก่ออิฐทีละก้อน มาเป็นผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ที่นำมาประกอบกันแล้วก็สามารถใช้งานได้เลย

การก่อสร้างบ้าน หรืออาคารต่างๆ มีการใช้ผนังพรีคาสท์ มากขึ้น เพราะว่าสะดวก รวดเร็ว น้ำหนักเบา และติดตั้งง่าย แต่ก็มักจะพบข้อเสียตามมาคือ ไม่กันร้อน และมีช่องระหว่างรอยต่อ ทำให้มีการรั่วซึมเกิดขึ้น

ปัจจุบันจึงมีการพัฒนา ผนังพรีคาสท์ ให้เป็น ผนังพรีคาสท์กันร้อน ซึ่งผลิตมาจาก insulator cement ซึ่งเป็นปูนฉนวนกันร้อนชนิดพิเศษ โดยจะทำให้ผนังพรีคาสท์ เป็นวัสดุที่ขาดไม่ได้ในการสร้างบ้านเลยทีเดียว เรามาดูข้อดีของ ผนังพรีคาสท์กันร้อน กันเลยดีกว่าว่า เมื่อพัฒนามาแล้ว จะมีข้อดีอย่างไรบ้าง

ข้อดีของ ผนังพรีคาสท์กันร้อน

ชิ้นส่วนโครงสร้างสวยงามเรียบร้อย มีขนาดได้มาตรฐานตามแบบ ขอบหรือมุมของงานได้สัดส่วนที่คมชัดมีความสวยงาม, แข็งแรง, ไม่แตกบิ่น
การติดตั้งทำงานทำได้รวดเร็วใช้เวลาน้อย
ในปัจจุบันช่างก่ออิฐฉาบปูนหายาก บางครั้งหาได้แต่ไม่มีฝีมือจึงเป็นปัญหาสำหรับงานก่อสร้าง ผนังพรีคาสท์กันร้อนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ประหยัดแรงงานกว่าการทำผนังระบบเดิมและยังสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนช่างฝีมือ
กันร้อนได้ดี ทำให้บ้านเย็นขึ้น ยืดอายุการใช้งานยาวนานขึ้น และช่วยลดการใช้พลังงานจากแอร์ หรือ พัดลม ในอนาคตอีกด้วย


หน้าต่าง UPVC ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร

หากมาดูกันที่คำถามว่า"ประตู-หน้าต่างหากทำด้วยพลาสติกอย่าง UPVC.นั้นน่าใช้หรือไม่ คงต้องมาพิจารณากันที่ความเหมาะสมที่จะนำมาทำเป็นช่องเปิดประตู-หน้าต่าง ซึ่งเจ้าวัสดุตัวนี้
มีข้อดีที่น่าสนใจอยู่หลายประการ คือ

1.ความที่เป็นพลาสติกจึงทำให้สามารถมีสีในตัว หรือผสมอยู่ในเนื้อวัสดุเลยจะขูด จะลอกอย่างไรก็ยังเป็นสีอย่างนั้น ปัญหาท่ี่จะต้องมานั่งทำสีใหม่จึงไม่ต้องคิดถึง

2.การที่รีดขึ้นรูปร่าง เป็นหน้าตัดต่างๆได้เหมือนเส้นอลูมิเนียมที่เรานิยมนำมาทำเป็นวงกบบานเปิดต่างๆในปัจจุบัน จึงได้ส่วนดีของงานอลูมิเนียมไปเต็มๆ อย่างเช่นในส่วนที่สามารถ
ออกแบบหน้าตัดที่เหมาะสมกับการกันนำ้ได้ดีกว่าวงกบ และบานหน้าต่างที่เป็นไม้ หรือเหล็กได้ แถมเป็นกล่องกลวงที่เบา สามารถเสริมเหล็กรูปกล่องอยู่ภายใน แก้ปัญหาความไม่แข็ง
แรงของพลาสติกได้ (ดังนั้นเหล็กที่เสริมภายในกล่องวงกบ UPVC. ต้องให้ความสำคัญไม่น้อย เพราะเป็นความแข็งแรงของชุดวงกบหน้าต่าง UPVC.ทีเดียว และจะให้ดีน่าจะเป็นเหล็กที่ชุบ
กัลวาไนซ์ด้วย)

3.แข็งแรงเหมือนชุดหน้าต่างเหล็ก แต่งานเรียบร้อยกว่า ไม่มีสีไหลเยิ้มเป็นคลื่น ทำให้ผิวไม่เรียบเหมือนงานชุดหน้าต่างที่ทำจากเหล็ก  หน้าต่าง UPVC.มีรูปแบบให้เลือกมากกว่า หน้า
ต่างอลูมิเนียมที่เราเห็นกันในปัจจุบัน แถมการที่ออกแบบให้มีหน้าตาคล้ายชุดบานไม้ จึงค่อนข้างที่จะดูเหมาะสมกับงานช่องเปิดของบ้านมากกว่างานอลูมิเนียมที่ดูแล้วทำให้บ้านใกล้
เคียงอาคารสำนักงาน

4.เนื่องจากพลาสติกสามารถเชื่อมต่อได้เรียบสนิทกันโดยไม่ทำให้เกิดรอยรั่ว ผิดกับงานอลูมิเนียมที่จุดต่อต่างๆเป็นการต่อชนฉาก ทำให้โอกาสที่จะเกิดการรั่วซึมที่รอยต่อก็จะมี
มาก หรือรอยต่อเกิดเป็นตะเข็บที่จะเป็นจุดอ่อนให้น้ำเข้าได้ง่ายอย่างงานชุดหน้าต่างเหล็กก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะรอยเชื่อมของงานพลาสติกนั้นกันน้ำได้

5. ในเรื่องของการประหยัดพลังงานก็เป็นข้อดีอีกอย่างของพลาสติก ด้วยพลาสติกมีค่าการนำความร้อนต่ำจึงมีความเป็นฉนวนมากกว่าพวกวัสดุที่ทำจากโลหะมาก ประกอบกับลักษณะ
เป็นกล่องกลวงก็ยิ่งมีผลดีทางด้านความเป็นฉนวนเพิ่มขึ้นอีก 

ข้อเสีย หน้าต่าง UPVC.ก็เช่นกัน มีข้อควรคำนึงถึงอยู่ไม่น้อยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ 
1.เจ้าหน้าต่าง UPVC. นี้เป็นเทคโนโลยี่ที่เรานำเข้ามาจากต่างประเทศล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นโซนยุโรป หรือโซนอเมริกา ก็ตาม การทดสอบการทนต่อรังสีUV.จึงเป็นการทดสอบที่อยู่บนมาตร
ฐานสภาวะอากาศของโลกตะวันตก ซึ่งจะนำมาเทียบกับสภาวะแดดจัดจ้าอย่างเมืองไทย 

2.การที่เป็นของใหม่การติดตั้งก็เป็นแบบใหม่ คือติดตั้งภายหลังงานผนังก่อฉาบเสร็จเรียบร้อย งานที่ได้จึงออกมาเรียบร้อยสะอาด ความเสียหายน้อย แต่การติดตั้งแบบนี้ช่างก่อผนังและ
ฉาบปูนต้องมีความละเอียดอ่อนในการทำช่องเว้นว่าง สำหรับนำเจ้าวงกบ UPVC.มาติดตั้งให้ได้ดิ่งได้ฉากอย่างมาก ไม่เช่นนั้นบานหน้าต่างที่เราได้มาจะดูไม่จืดทีเดียว และช่างที่จะมาติด
ตั้งวงกบและหน้าต่าง UPVC.ก็ต้องมีความชำนาญเช่นกัน ด้วยชุดทั้งหมดของหน้าต่างจะประกอบมาจากโรงงาน ถ้าการวัดช่องเปิดที่ช่างปูนทำไว้ผิดพลาดบานที่นำมาจะติดตั้งไม่ได้
เลยเชียว

3. การเกิดรอยขีดข่วนจากการกระแทกแรงๆ หรือกรีดจากของแข็งแหลมคมก็ยังมีโอกาสเกิดได้ และเมื่อเกิดแล้วก็ต้องยอมรับว่าไม่มีวิธีแก้ไข ยกเว้นยกเปลี่ยนทั้งชุดเพราะหน้าต่างแบบนี้
ประกอบมาจากโรงงาน และรอยต่อก็พิเศษเพราะเชื่อมสนิทเป็นเนื้อเดียวกันเพื่อกันน้ำเข้าบริเวณรอยต่อ การถอดเปลี่ยนเป็นชิ้นๆเลยทำไม่ได้ 

4.การเป็นวัสดุนำเข้าทั้งหมด แม้ปัจจุบันจะมีการตั้งโรงงานผลิตในประเทศ แต่อุปกรณ์ประกอบต่างๆซึ่งมีคุณภาพสูงยังคงต้องนำเข้าจากต่างประเทศอยู่ดี แถมปกติมูลค่าของ
อุปกรณ์ประกอบจะสูงกว่าวงกบและบานกรอบที่เราผลิตได้เองอยู่แล้วราคารวมต่อบานจึงยังสูงอยู่มาก



ผลิตภัณฑ์แผ่น PLASWOOD

ผลิตภัณฑ์แผ่น PLASWOOD เป็นแผ่นพีวีซีชนิดแข็ง (PVC Foam Sheet) ที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ทดแทนไม้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้อันมีค่าซึ่งเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ช่วยรักษาสมดุลย์ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลก

PLASTWOOD (Plaswood Sheet) แผ่นพลาสวูด แผ่นเรียบเอนกประสงค์ ขนาดหน้ากว้าง 1.20 ม. และสามารถผลิตได้ความยาวสูงสุดถึง 6 เมตร (สั่งทำ) มีความหนาตั้งแต่ 1 มม.ถึง 25 มม.เป็นผลิตภัณฑ์ PVC Foam Sheet ที่มีคุณภาพสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้ทดแทนการใช้ไม้ธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่าไม้ธรรมชาติ

ผลิตภัณฑ์ PLASWOOD สามารถนำไปใช้เป็นวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง ได้ทั้งภายนอกและภายใน เช่น ไม้ฝา, ผนังกั้นห้อง, ฝ้าเพดาน, ประตูพีวีซี, เชิงชาย, บัวเชิงผนัง, บัวพื้น, คิ้ว , เฟอร์นิเจอร์, ห้องน้ำ, ชุดห้องครัว, ห้องซาวน่า, ห้อง Lab, ป้ายโฆษณา, รั้ว, ระแนง, เก้าอี้สนาม, ไม้แบบ และอื่นๆ ตามความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคล

คุณสมบัติของแผ่น PLASWOOD
  • มีลักษณะเบา มีความหนาแน่นประมาณ 0.55 – 0.66 g/cm3
  • มีความคงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี เหมาะสมกับงานทั้งภายนอกและภายใน
  • มีความคงทนต่อการผุกร่อนและไม่ดูดซึมความชื้น จึงไม่บวมหรือพองเมื่อแช่น้ำ และยังหมดปัญหาเรื่อง ปลวก มอด แมลงปีกแข็ง หรือเชื้อราที่จะมากัดกินให้ผุกร่อน
  • ไม่มีส่วนผสมของใยหิน จึงสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้
  • มีความคงทนต่อสารเคมี กรดแก่ และเบสแก่
  • มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนและเสียง
  • สามารถพิมพ์สีหรือพ่นสีลงบนแผ่นพลาสวูดได้ โดยใช้สีประเภทอะครีลิกหรือสีประเภทอีพอกซี่
  • ไม่เป็นเชื้อไฟ
  • สามารถทำงานได้ด้วยเครื่องมือช่างทุกชนิด เช่น ตอกตะปู ยิงสกรู ตัดด้วยเลื่อยตัดไม้ต่างๆ เช่น เลื่อยลันดา เลื่อยวงเดือน กบใสไม้ และ เลื่อย jigsaw โดยไม่มีการแตกหัก





วีวาบอร์ดกับสมาร์ทบอร์ด

วีวาบอร์ดกับสมาร์ทบอร์ดเป็นวัสดุจำพวกซีเมนต์บอร์ดเหมือนกัน มีลักษณะการใช้งานคล้ายกันแต่ก็ไม่เหมือนกันเลยซะทีเดียว และที่ต่างกันก็คือวัตถุดิบ และ กรรมวิธีในการผลิต วัสดุเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะใช้ในงานตกแต่ง ซึ่งอายุการใช้งานไม่ยืด นักเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆเช่นผนังก่ออิฐ แผ่นโลหะเป็นต้นแต่ก็ไม่ใช่อายุการใช้งานสั้นมาก ส่วนดีที่สุดของวัสดุเหล่านี้ก็คือ ระยะเวลาการตั้ง และความสะดวกรวดเร็วเพราะเป็นระบบผนังเบา และไม่เปลืองโครงสร้าง

วีว่าบอร์ด เป็นวัสดุก่อสร้าง ในวัสดุจำพวก ผนังเบา     [ Light Weight Wall ] ลักษณะของ วีว่าบอร์ดคือ   เป็นการอัดขี้เลื่อยไม้ แล้วนำไปผสมกับปูนซีเมนต์ปอร์ทแลนด์ และสารเคมีที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมาผสมกัน นำไปใส่ในแบบเหล็ก แล้วนำไปขึ้นรูปด้วยแรงกดขนาดสูงให้ได้ความหนาตามต้องการ และกดทิ้งไว้จนกว่าซีเมนต์จะแข็งตัว และนำไปอบลดความชื้น ซึ่งเป็นกรรมวิธีของผู้ผลิต   ชื่อเรียกที่คุ้นเคยของ วีว่าบอร์ดเราเรียกกันว่า  Wood Cement Board และตัดเป็นแผ่นขนาดมาตรฐาน ขนาดประมาณ  1.2 x 2.40 เมตรค่ะ

คุณสมบัติพิเศษของวีว่าบอร์ด คือ แข็งแรงทนทานต่อสิ่งต่างๆ คือมีความยืดหยุ่นและและแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศ ทนแดด ทนฝน ทนน้ำ ก็คือสามารถใช้เป็นงานภายนอกได้ ไม่บวมน้ำไม่ บิดตัว ผุกร่อนหรือว่า เกิดเชื้อรา ปลวกไม่กิน ป้องกันไฟ ไม่ใช่ไม่ติดไฟ นะคะ ติดแต่ว่ากว่าจะติดก็นานหน่อย ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ป้องกันความร้อนคือมีค่านำความร้อนต่ำ ป้องกันเสียงรบกวน และที่สำคัญก็คือ การติดตั้งจะรวดเร็วและสะดวกเพราะเป็นวัสดุเบา คือติดตั้งแบบระบบแห้ง

ส่วนสมาร์ทบอร์ด ก็เป็นวัสดุจำพวกผนังเบาเช่นกัน ลักษะของ สมาร์ทบอร์ด ไม่เหมือนกันกับวีว่าบอร์ด สมาร์ทบอร์ด คือ กระเบื้องใยหินที่ตอนนี้กลายมาเป็นไม่มีใยหิน ส่วนผสมของสมาร์ทบอร์ดปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ เส้นใยเซลลูโลส ทรายซิลิก้า และน้ำ ผลิตผ่านเครื่องอบไอน้ำแรงดันสูง จนได้สมาร์ทบอร์ด แบบต่างๆ สมาร์ทบอร์ดชื่อที่คุ้นเคยก็คือ Fiber Cement Board ส่วนที่เหมือนกันของสมาทร์ทบอร์ด กับวีว่าบอร์ดก็คือขนาดของแผ่น

คุณสมบัติพิเศษของสมาร์ทบอร์ด

ก็จะมีลักษณะใกล้เคียงกับวีว่าบอร์ด ค่ะ ก็คือ ทนต่อสภาพอากาศ ทนแดด ทนฝน ทนน้ำ ก็คือสามารถใช้เป็นงานภายนอกได้ ไม่บวมน้ำไม่ บิดตัว ผุกร่อนไม่โก่งตัว ปลวกไม่กิน ป้องกันไฟ ทนต่อการลามไฟ รับแรงกระแทงได้ สามารถดัดงอได้ ภายในรัศมีที่กำหนด ป้องกันความร้อนคือมีค่านำความร้อนต่ำ ป้องกันเสียงรบกวน และที่สำคัญก็คือ การติดตั้งจะรวดเร็วและสะดวก

การใช้งานของวีว่าบอร์ด

วีว่าบอร์ดมีขนาดความหนาให้เลือกมากมาย คือ 8,10,12,16,20 และ 24 มม. เลือกใช้งานตามความเหมาะสม การติดตั้งควรเว้นร่อง 3-5มิลลิเมตร ในกรณีที่เป็นงานติดตั้งภายใจจะเว้นร่อง5-10มิลลิเมตรเผื่อการขยาย ยืด และหดตัว และจะยาร่องด้วยโฟมเส้นอัดเข้าไปด้านในก่อน แล้วจึงใช้วีว่าเฟล็กซ์หรือว่าซิลิโคนยาทับ ความหนา 8 มิล เหมาะสำหรับการกรุผนังภายใน ฝ้าเพดาน แผ่นรองวัสดุปูพื้น หรือว่าตกแต่ง ความหนา 10 มิลก็มีลักษณะการใช้งานใกล้เคียงกับ 8 มิลแต่ว่าจะไม่เหมาะกับการทำฝ้าเพดาน เพราะมีน้ำหนักมากกว่า ความหนา12 มิลหนาขึ้นมาอีกหน่อย สามารถใช้กรุเป็นผนังภายนอกได้ ความหนา 16 มิล.  สามารถใช้เป็นแผ่นรองใต้หลังคา หรือปิดผิวหน้าอาคารได้แต่ว่าต้องใช้โครงสร้างเหล็กเพราะ มีน้ำหนักมาก ไม่เหมาะกับโครงสร้างไม้ ความหนา 20 มิล ใช้เป็นงานพื้นแต่ว่า ก็ต้องงทำโครงพื้นให้ถี่ และแข็งแรงพอ ส่วน 26 มิล ก็สามรถใช้เป็นพื้น ได้แข็งแรงมาก แต่ราคาก็จะแพง ถ้าไม่รับน้ำหนัก มากมายก็ใช้แบบ 20มิลก็พอค่ะ

การใช้งานของสมาร์ทบอร์ด
สมาร์ทบอร์ด จะมีลักษณะแตกต่างจากวีว่าบอร์ดออกไปคือ มีการแยกประเภทการใช้งาน ชัดเจนในผลิตภัณฑ์เลย และจะมีลักษณะผิวที่แตกต่างเช่น มีลายไม้ มีแบบเซาะร่อง แยกประเภทผลิตภัณฑ์ มีดังนี้

ฝ้า สมาร์ทบอร์ด ตราช้าง สมาร์ทบอร์ด ตราช้าง ความหนา 3.5-6 มม. เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นฝ้าเพดาน มีทั้งแบบผิวหน้า และแบบผิวหน้าลายไม้

แผ่นพื้นสำเร็จรูป (Hollow Core)

แผ่นพื้นสำเร็จรูป (Hollow Core) เป็นแผ่นพื้นสำเร็จรูปที่ผลิตจากคอนกรีตแห้ง โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงแข็งแรงได้มาตรฐานทุกแผ่นทั้งยังมีน้ำหนักเบา ซึ่งช่วยประหยัดโครงสร้างและยังสะดวกในการก่อสร้างอีกด้วย

ปัจจุบันแผ่นพื้นสำเร็จรูป (Hollow Core) กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กับงานก่อสร้างอาคารพักอาศัย คอนโดมิเนียม อาคาร สำนักงานและโรงงานอุตสาหกรรม เพราะ มีความหนาให้เลือกใช้หลายขนาด ตั้งแต่ 6 ซม. ถึง 30 ซม. จึงสามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานก่อสร้างประเภทต่างๆ ได้ตามความต้องการ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และลดการสิ้นเปลืองจากการเลือกใช้แผ่นพื้นที่มีความหนาเกินความจำเป็น

คุณสมบัติของแผ่นพื้นสำเร็จรูป (Hollow Core)
  1. ผลิตด้วยเครื่องจักรทันสมัยจากประเทศเยอรมนี ด้วยระบบ Slide Former ของ ROTH-TECHNIK
  2. เป็นแผ่นพื้นสําเร็จรูปชนิดรูกลวงเสริมด้วยเหล็กอัดแรงมาตรฐานใช้เป็นโครงสร้าง พื้นอาคารทั่วไป
  3. มีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับโครงสร้างพื้นแบบอื่นๆ
  4. มีความแข็งแรงในตัวเองใช้รับน้ำหนักได้ทันที โดยไม่ต้องมีค้ำยันชั่วคราวใดๆ
  5. มีความสามารถในการป้องกันเสียงและอุณหภูมิ เนื่องจากมีรูกลวง
  6. ด้านท้องพื้นที่มีผิวเรียบสวยงาม สามารถใช้แทนฝ้าเพดานได้เลย โดยไม่ต้องตกแต่งเพิ่ม
  7. สามารถช่วยป้องกันอัคคีภัยเพราะเนื้อคอนกรีตหุ้มเหล็กมีความหนาพอที่จะทนต่ออุณหภูมิ ความร้อนได้นานนับชั่วโมงและหากเกิดอัคคีภัยรุนแรงขึ้น ณ.จุดใดก็จะเกิดความเสียหายเฉพาะที่ ไม่เสียหายไปถึงส่วนโครงสร้างพื้นข้างเคียง
  8. มีรู กลวงขนาดใหญ่ ใช้ประโยชน์ในการเดินสายไฟ ท่อน้ำ หรือใช้เป็นรูระบายอากาศได้อย่างดี
ข้อดีจากการใช้ แผ่นพื้นสำเร็จรูป (Hollow Core)
  1. ประหยัดเวลาในการก่อสร้าง ไม่ต้องกังวลกับไม้แบบไม้ค้ำยันในการเทคอนกรีต สะดวกรวดเร็วในการติดตั้ง
  2. น้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับแผ่นตัน ประหยัดโครงสร้างที่รองรับตั้งแต่ คาน เสา ฐานราก และเสาเข็ม
  3. มั่นคง แข็งแรง
  4. สามารถมีพื้นที่ใช้สอยได้ทันทีหลังติดตั้ง แม้จะยังไม่ได้เทคอนกรีตทับหน้า
  5. ควบคุมคุณภาพโดยวิศวกร
  6. สวยงามด้วยรูปทรงที่แน่นอน วางเรียงได้แนวเรียบร้อยใต้ท้องแผ่นจะสวยเรียบจากท้องแบบเหล็กที่ใช้ผลิต ไม่ต้องฉาบปูนหรือตีฝ้าเพดานใดๆ อีก

กระเบื้องยางลายไม้ 

กระเบื้องยางลายไม้ เป็นวัสดุสำหรับการปูพื้นชนิดหนึ่งกระเบื้องยางลายไม้ เป็นวัสดุสำหรับการปูพื้นชนิดหนึ่งซึ่งทำมาจากยางชนิดโพลีเมอร์และมีลายไม้ โดยถูกจัดอยู่ในกลุ่มของกระเบื้องยางนั่นเอง โดยกระเบื้องยางมีลักษณะดังนี้

กระเบื้องยาง นั้น ถูกผลิตขึ้นมาจากโพลิเมอร์ชนิดหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการปูพื้นโดยเฉพาะ ลักษณะที่โดดเด่นของกระเบื้องยางที่ทำจากโพลีเมอร์คือ มีความยืดหยุ่นพอสมควร และมีแรงหนืดในระหว่างที่สัมผัสกับกระเบื้องยางค่อนข้างสูง  ทำให้สามารถลดโอกาสในการลื่นล้มหรือสะดุดล้มได้เป็นอย่างดี สามารถรองรับแรงกระแทกหรือน้ำหนักมากๆได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้กระเบื้องยางเพราะทำมาจากโพลีเมอร์ กระเบื้องยางลายไม้จึงสามารถทำความสะอาดได้ง่ายสุดเพียงแค่นำผ้ามาเช็ด แต่ไม่แนะนำให้รอจนเกิดเป็นคราบฝังแน่นด้วย







ในปัจจุบันคนไทยนิยมหันมาสร้างบ้านและตกแต่งบ้านตามสไตล์ยุโรปกันมากขึ้น ดังนั้นบ้านในสมัยนี้ จึงมีความแตกต่างออกไปจากบ้านไทยในสมัยโบราณอยู่มากทีเดียว โดยเฉพาะพื้นบ้านที่เดี๋ยวนี้การใช้วัสดุสังเคราะห์กันมากขึ้นแทนที่จะเป็น พื้นไม้และพื้นซีเมนต์อย่างเมื่อก่อน หรือที่ยังพอพบการใช้งานได้บ้างอย่างพื้นกระเบื้อง โดยวัสดุที่นิยมมาใช้ปูพื้นบ้านในปัจจุบันมีอยู่หลากหลายชนิด เช่น ไม้ปาร์เก้ ไม้ลามิเนต กระเบื้องเซรามิค กระเบื้องยาง พรม หินอ่อนหรือหินแกรนิต หินขัด และพื้นเคลือบ epoxy ซึ่งกระเบื้องเหล่านี้ก็จะมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป
ถ้าหากกล่าวว่าพื้นแบบใดที่เราพบเห็นได้ง่ายหรือมีการใช้กันทั่วไป นั่นก็คือ พื้นประเภทลายไม้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ห้องดูดีมีราคาแล้ว ยังทำให้ห้องดูอบอุ่นขึ้นด้วย แต่การจะใช้ไม้จริงๆมาทำเป็นพื้นทั้งบ้านนั้น แน่นอนว่าเจ้าของบ้านจะต้องมีทุนทรัพย์ที่ค่อนข้างหนาทีเดียว นอกจากนี้เรื่องของการดูแลรักษาไม้ก็ตามติดๆเลย ดังนั้นจึงมีการใช้วัสดุทดแทนอย่างไม้ปาร์เก้ ไม้ลามิเนต และ กระเบื้องยางลายไม้ แทนนั่นเอง
ซึ่งไม้ปาร์เก้ ไม้ลามิเนต และกระเบื้องยางลายไม้นั่นจะมีการใช้งานที่แตกต่างดันออกไปตามคุณสมบัติของวัสดุเอง อย่างไม้ปาร์เก้และไม้ลามิเนตจะนิยมนำมาใช้ในบ้านมากกว่า ส่วนกระเบื้องยางลายไม้นั้นได้รับความนิยมในสถานที่ที่มีคนพลุ่กพล่านมากกว่า เนื่องจากมีราคาถูกที่สุดและมีสัมผัสที่นิ่มนวลมากที่สุดในวัสดุทั้ง 3 ชิ้น สามารถทำการติดตั้งและเปลี่ยนหรือซ่อมแซมได้เร็วที่สุด
เราจึงมักจะพบการใช้งานกระเบื้องยางลายไม้ได้บ่อยตามสำนักงานต่างๆที่ต้องการประหยัดงบแต่ก็อยากจะดูภูมิฐานในคราวเดียวกัน และเนื่องจากการใช้ในงานวัสดุปูพื้นในสถานที่ที่ได้กล่าวมานั้น วัสดุมีโอกาสที่จะเสื่อมสภาพเร็วมาก ดังนั้นการเลือกใช้กระเบื้องยางลายไม้ที่มีราคาถูกและสามารถเปลี่ยนหรือซ่อมแซมได้ง่ายจึงได้รับความนิยมมาก ในขณะที่ไม้ปาร์เก้และไม้ลามิเนตที่อายุการใช้งานที่ยาวกว่าจึงนิยมนำไปใช้ในสถานที่พักอาศัยมากกว่านั่นเอง

คุณสมบัติของ กระเบื้องยางลายไม้

ในปัจจุบันกระเบื้องยางลายไม้ได้รับความนิยมในการนำมาปูพื้นบ้านมากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้บ้านดูสวยและน่าอยู่ไม่แพ้การปูพื้นบ้านด้วยไม้ลามิเนตหรือไม้อื่นๆ เลยล่ะ นอกจากนี้กระเบื้องยางลายไม้ยังมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการปูพื้นบ้านอีกมากมาย ดังนี้
• เก็บเสียงได้ดี
พื้นไม้โดยปกติแล้วเมื่อปูพื้นไปได้ระยะหนึ่งก็จะเริ่มมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเมื่อเดินเหยียบย่ำลงไปบนพื้นไม้ แต่สำหรับกระเบื้องยางลายไม้ กลับสามารถเก็บเสียงได้ดีกว่าและมักจะมีเสียงที่นุ่มนวลกว่าอีกด้วย จึงเหมาะที่จะนำมาปูพื้นบ้านมากทีเดียว โดยเฉพาะบ้านสองชั้น เพราะไม่ทำให้บ้านมีเสียงพื้นดังจนน่ารำคาญนั่นเอง
• ทนต่อรอยขีดข่วน
หลายๆ คนมักจะหนักใจกับพื้นไม้ที่เป็นรอยขีดข่วนได้ง่าย แต่หากคุณเลือกใช้กระเบื้องยางลายไม้ล่ะก็ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปแน่นอน เพราะกระเบื้องยางลายไม้มีคุณสมบัติทนต่อรอยขีดข่วนได้ดี อีกทั้งยังมีผิวหน้าที่เรียบสวยและสบายเท้าเมื่อเหยียบย่างลงไปอีกด้วย
• ลายไม้สวยคมชัด ดูเหมือนจริง
กระเบื้องยางลายไม้มีลวดลายที่ดูสวยคมชัด และเหมือนไม้จริงมากทีเดียว จนบางครั้งแทบจะดูไม่ออกเลยว่าเป็นไม้จริงหรือกระเบื้องยางกันแน่ แถมยังมีราคาถูกกว่าอีกด้วยนะคะ
• ไม่แตกหักได้ง่าย
เนื่องจากกระเบื้องยางลายไม้มีความยืดหยุ่นสูง จึงไม่ทำให้แตกหักง่าย ซึ่งก็จะมีความทนทานและสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานเลยล่ะ หรือหากมีส่วนไหนที่ต้องซ่อมแซมก็สามารถซ่อมแซมได้ง่ายและไม่ทำให้พื้นดูมีตำหนิเหมือนพื้นไม้อื่นๆ อีกด้วย
ด้วยเหตุที่กระเบื้องยางลายไม้มีคุณสมบัติที่ทนทานและเก็บเสียงได้ดีกว่าพื้นไม้ชนิดอื่นๆ จึงทำให้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้คนเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีลายที่คมชัดเหมือนไม้จริง จึงสามารถนำมาใช้แทนไม้จริงได้เลยล่ะ นอกจากนี้กระเบื้องยางลายไม้ยังมีราคาถูกกว่าไม้ปูพื้นอื่นๆ ซึ่งก็จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากทีเดียว แถมยังได้บ้านที่สวยงามเหมือนไม้จริงด้วยนะคะ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ กระเบื้องยางลายไม้

เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเลือกปูพื้นบ้านกันด้วยกระเบื้องยางลายไม้ใช่ไหมล่ะคะ เพราะมีความสวยงาม ราคาถูกและมีความทนทานสูง แถมทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย แต่ก่อนที่คุณจะปูพื้นด้วยกระเบื้องยางลายไม้ เรามาดูข้อควรรู้ของกระเบื้องยางกันก่อนค่ะ เพื่อที่จะได้นำไปใช้งานได้อย่างถูกต้องและยืดอายุการใช้งานได้อย่างยาวนานนั่นเอง
• ปูทับกระเบื้องเดิมได้เลย
หากบ้านของคุณเคยปูพื้นด้วยกระเบื้องอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลารื้อถอนออกเลยค่ะ เพราะกระเบื้องยางลายไม้สามารถนำมาปูทับพื้นเดิมได้เลย แต่จะต้องใช้ปูนปาดเพื่อปิดร่องยาแนวก่อนนะคะ หรือหากเป็นพื้นเดิมแบบอื่นๆ เช่นพื้นปูน พื้นไม้ปาร์เก้ ก็สามารถปูทับได้เหมือนกัน เพียงแต่ต้องเป็นพื้นเรียบเท่านั้น
• นำไปติดผนังหรือเพดานได้ด้วย
กระเบื้องยางลายไม้ไม่ได้มีไว้แค่ปูพื้นเท่านั้นนะคะ แต่ยังสามารถนำไปติดผนังบ้านหรือเพดานได้อีกด้วย ซึ่งก็จะทำให้บ้านดูสวยน่าอยู่มากเลยล่ะ ส่วนการติดตั้งนั้นก็ไม่ยากเพียงแค่ใช้กาวยางที่มีความเหนียวสามารถยึดเกาะได้ดี ก็จะทำให้กระเบื้องยางลายไม้ได้ไปเกาะติดอยู่ตรงผนังบ้านหรือเพดานได้ย่างสวยงามแล้วล่ะ
 มีอายุการใช้งาน 10-15 ปี
เรื่องของอายุการใช้งานต้องยกนิ้วให้กระเบื้องยางลายไม้เลยค่ะ เพราะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 10-15 ปีเลยล่ะ แต่ก็ต้องดูที่ความหนาของชั้นเคลือบด้วยนะคะ เพราะยิ่งชั้นเคลือบหนาเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีอายุการใช้งานมากเท่านั้น แต่ก็อาจจะมีราคาแพงขึ้นตามความหนาของชั้นเคลือบเช่นกั
• ติดตั้งเองได้สบาย
สำหรับคนที่ไม่อยากสิ้นเปลืองเงินค่าจ้างในการติดตั้ง ก็สามารถติดตั้งเองได้สบายๆ เลยล่ะ แต่ก็ต้องดูด้วยนะคะ ว่าจะต้องเตรียมพื้นผิวหรือทำอะไรเพิ่มเติมด้วยไหม ซึ่งหากมีขั้นตอนที่ยุ่งยากเกินไป ก็ควรจ้างผู้ชำนาญมาติดตั้งดีกว่า
เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับข้อควรรู้ของกระเบื้องยางลายไม้ หลายๆ คนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเลยใช่ไหมล่ะคะ ทีนี้เรามาปูพื้นบ้านกันด้วยกระเบื้องยางลายไม้กันดีกว่าค่ะ

กระเบื้องยางลายไม้ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

แน่นอนว่าไม่ว่าอะไรก็จะต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียปะปนกันไป ซึ่งกระเบื้องยางลายไม้ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะนิยมนำกระเบื้องยางลายไม้มาใช้ในการปูพื้นบ้านเพราะมีคุณภาพดีและมีความคงทนมากกว่า แต่กระเบื้องยางลายไม้ก็มีข้อเสียเหมือนกัน ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปดูข้อดีข้อเสียของกระเบื้องยางลายไม้กันค่ะ
ข้อดี
  1. ทนน้ำและทนต่อรอยขีดข่วนได้ดี จึงดูแลรักษาได้ง่ายและยังทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งต่างจากพื้นไม้แบบอื่นๆ ที่มักจะไม่ทนน้ำ จึงมักจะต้องดูแลรักษามากไปพิเศษ และไม่สามารถเช็ดถูด้วยน้ำให้สะอาดได้นั่นเอง
  2. ทนไฟได้ดี และไม่ลามไฟ จึงช่วยลดความกังวลได้หากไฟติด ซึ่งหากไฟติดก็ยังสามารถทำความสะอาดพื้นให้ดูสวยเหมือนไม่เคยติดไฟได้เลยล่ะ
  3. ซ่อมแซมได้ง่าย และไม่ทิ้งรอยตำหนิไว้ให้พื้นดูมีตำหนิแน่นอน แถมยังไม่เปลืองแรงในการซ่อมแซมอีกด้วย
ข้อเสีย
  1. กระเบื้องยางลายไม้มักจะหดตัวเมื่อใช้ไปนานๆ ซึ่งจะทำให้เห็นขอบกระเบื้องเป็นร่องๆ ได้ จนทำให้พื้นดูแยกกันเป็นส่วนๆ และดูไม่สวยนั่นเอง
  2. ขนาดของกระเบื้องอาจไม่เท่ากัน ซึ่งมักจะพบในกระเบื้องยางลายไม้ที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ โดยกระเบื้องบางแผ่นจะมีขอบยื่นยาวออกมาหน่อย ทำให้เวลาติดตั้งมักจะเผยอขึ้นมาจนดูมีตำหนิได้ แต่ก็แก้ไขได้ไม่ยาก เพียงแค่เลือกซื้อกระเบื้องยางลายไม้ที่มีคุณภาพ และตรวจดูสภาพกระเบื้องให้ดีก่อนซื้อ ก็ไม่ทำให้เกิดปัญหานี้แล้วล่ะ
เห็นไหมว่ากระเบื้องยางลายไม้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนเลือกซื้อกระเบื้องยางลายไม้ควรตรวจสอบคุณภาพของกระเบื้องให้ดีและควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลังค่ะ ส่วนขั้นตอนการติดตั้ง ก็ควรมีความพิถีพิถันสักนิด และทำตามขั้นตอนครบทุกขั้นตอน แค่นี้คุณก็จะได้บ้านที่ปูด้วยกระเบื้องยางลายไม้ที่ดูสวยงามที่สุดแล้วล่ะ

กระเบื้องยางลายไม้ เหมาะกับงานแบบไหน

โดยทั่วไปแล้วกระเบื้องยางหรือกระเบื้องยางลายไม้นั้น จะถูกนำมาใช้ในพื้นที่หรือบริเวณที่การสัญจรของคนไปมาอย่างคับคั่ง  ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารต่างๆ ที่ทำงาน บ้าน โรงพยาบาล หรือสถานที่อื่นๆที่มีคนเข้าออกมากมายในแต่ละวัน รวมไปถึงพวกร้านอาหารด้วย เพราะคุณสมบัติในเรื่องของความทนทานและการเกิดรอยขีดข่วนยากนั่นเอง นอกจากนี้ด้วยคุณสมบัติที่ลดโอกาสในการลื่นล้มได้จึงถูกนำมาใช้ในห้องน้ำได้ด้วยเช่นกั
จุดเด่นของกระเบื้องยางลายไม้ ที่ลืมไม่ได้เลยนั่นก็คือ การซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับกระเบื้องยางลายไม้ ที่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเองไม่ต้องรอช่างมาทำให้ และกระเบื้องยางยังมีราคาที่ถูกมากอีกด้วย เมื่อเทียบกับข้อดีของกระเบื้องยางลายไม้ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นคนใช้กระเบื้องยางลายไม้กันมากกว่านั่นเอง และอย่าลืมข้อเสียที่สำคัญของกระเบื้องยางลายไม้นั่นก็คือกระเบื้องยางแบบนี้จะต้องติดตั้งบนพื้นที่เรียบเสมอกันเท่านั้น
โดยปกติแล้วราคาของกระเบื้องยางและกระเบื้องยางลายไม้ มักจะมีราคาถูกกว่ากระเบื้องแบบอื่นๆอยู่ 2-3 เท่า ซึ่งมีราคาอยู่ที่ประมาณ 150 – 700 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีช่วงราคาที่กว้างมากขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินค้าเท่านั้นเอง